โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร เป็นโรงเรียนสามัญศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อ 23 พฤษภาคม 2515 ปัจจุบันเป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีที่ดิน 2 แปลง คือ          ในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งรับช่วงการบริหารประเทศสืบต่อจากรัฐบาลจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัตน์ รัฐบาลมีนโยบายในการบริหารการศึกของชาติ ให้เจริญรุดหน้าเทียบเท่านานาประเทศ พร้อมมุ่งพัฒนาการศึกษาของชาติให้เจริญก้าวหน้าพร้อม ๆ กันกับการพัฒนา เพราะรัฐบาลคำนึงเห็นว่าจะพัฒนาด้านอื่นใดก็ตาม หากประชาชนยังได้รับการศึกษาน้อย การพัฒนาด้านอื่น ๆ จะเจริญไปไม่ได้ คณะรัฐบาลจึงมีมติให้เร่งพัฒนาการศึกษาให้เจริญอีก เฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาการศึกษาระดับกลางของประชาชน รัฐมีเป้าหมายขยายการศึกษาให้ทั่วถึงทุกอำเภอ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการวางโครงการพัฒนาการศึกษาขึ้น และกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้กรมต่าง ๆ ในสังกัดได้วางโครงการปรับปรุงการศึกษาขึ้นอาศัยนโยบายนี้ กรมวิสามัญศึกษา(ในสมัยนั้น) จึงวางโครงการขยายการศึกษาระดับมัธยมศึกษาทั่วทุกอำเภอ ในปี 2515 - 2519 โดยขอความร่วมมือจากอำเภอ ให้ช่วยจัดหาที่ดินให้กรมสามัญศึกษาจะจัดสรรงบประมาณให้ในภายหลัง อาศัยเหตุผลข้างต้น างราชการได้มีหนังสือมาถึงนายอำเภอชะอวดให้จัดหาที่ดินสำหรับปลูกสร้างอาคารเรียน          นายเรือตรีสุนทร สันตยานนท์ นายอำเภอชะอวด นายเชย ลอยชื่น ศึกษาธิการอำเภอชะอวด นายสุพจน์ เพชรขำครูใหญ่โรงเรียนชะอวด จึงได้ดำเนินการจัดหาที่ดิน นาเริง นากลอน ศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มาดูสถานที่ที่จะก่อสร้างโรงเรียนสองแห่ง แห่งแรกเป็นป่าสงวนหมู่บ้าน ตั้งอยู่ใกล้ค่ายตำรวจตระเวนชายแดนกองร้อย 1 อำเภอชะอวด มีเนื้อที่ 22 ไร่เศษ อีกแห่งหนึ่งเป็นที่ดีที่ประชาชนบริจาคร่วมกัน มีเนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ อยู่ทางทิศตะวันออกของโรงเรียนชะอวดประมาณ 700 เมตร (ที่ตั้งโรงเรียนชะอวดวิทยาคารในปัจจุบัน) และคณะกรรมการได้ตกลงใช้สถานที่ที่ประชาชนบริจาคเป็นที่ตั้งโรงเรียนแห่งนี้ โรงเรียนได้รับการยืนยันเป็นทางการให้เปิดโรงเรียน โดยโทรเลขของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2515 เวลา 15.30 น. และทางอำเภอชะอวดได้ประกาศรับนักเรียน เมื่อวันที่ 25,26,30และ31 พฤษภาคม พ.ศ.2515 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 90 คน ทำการสอบคัดเลือกในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2515 และโรงเรียนได้รับการบรรจุครู จำนวน 4 คน          ในระยะแรกโรงเรียนยังไม่มีอาคารเรียนเป็นของตนเอง ทางโรงเรียนชะอวดได้อนุญาตให้ใช้อาคารเรียนชั่วคราวเป็นสถานที่เรียนไปพลางก่อน จนถึงปีการศึกษา 2516 ก็ได้ย้ายไปเรียนที่อาคารเรียนหลังใหม่ ซึ่งได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ 216 ก จำนวน 4 ห้องเรียน ในพื้นที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนชะอวดวิทยาคารในปัจจุบัน สภาพพื้นที่ในระยะแรกของโรงเรียนชะอวดวิทยาคารเต็มไปด้วยต้นสนสร้อย ต้นไม้สูง ๆมีต้นมะม่วงหิมพานต์ ไม่กี่ต้น ครู-อาจารย์และนักเรียนรุ่นแรกช่วยกันพัฒนาทุก ๆ วัน หาพันธุ์ไม้มาปลูกปรับปรุงพื้นที่ โดยมีครูใหญ่ คนแรก คือ อาจารย์ไสว คงสวัสดิ์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาพื้นที่ ทำให้อาคารสถานที่ของโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร ร่มรื่นจะกระทั่งปัจจุบัน ปีการศึกษา 2517 ผู้ปกครองได้ร่วมมือกันจัดสร้างอาคารชั่วคราวให้อีก 4 ห้องเรียน และปีนี้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (มศ.3) รุ่นแรกได้สำเร็จการศึกษาออกไปอย่างมีคุณภาพ ทำให้รุ่นน้อง ๆ ถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างในความขยัน และการให้ความร่วมมือกับการจัดกิจกรรมของโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร ปีการศึกษา 2521 เป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงการศึกษาชาติเริ่มใช้หลักสูตรพุทธศักราช 2521 ในระดับชั้น ม.ต้น ซึ่งเปิดรับนักเรียนในระดับ มศ.1 และ ม.1 พร้อมกันไปและรุ่งขึ้นปีการศึกษา 2522 กรมสามัญศึกษา ได้อนุญาตให้ขยายชั้นเรียนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงปีปัจจุบัน ความร่วมมือของทุก ๆ ฝ่ายทำให้เป้าหมายในการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐบาล ในอำเภอชะอวดขึ้นแห่งแรกที่โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร เป็นไปอย่างน่าภาคภูมิใจยิ่ง และเมื่อถึงวันที่ 23 พฤษภาคม ของทุกปี ถือว่าเป็นวันสถาปนาโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร และพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ได้รับการบริการจากโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่างมาน้อมรำลึกถึงอดีตแห่งความเป็นมาและช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนชะอวดวิทยาคารให้เจริญก้าวหน้าคู่กับอำเภอชะอวดสืบไป
         รายนามผู้บริจาคที่ดินโรงเรียน
         1. นายเขียว นุ่นคง 7 ไร่ 3 งาน 68 ตารางวา
         2. นางรัตนา ภิญโญ 7 ไร่ 3 งาน 25 ตารางวา
         3.นายสว่าง วรรณศิลป์ 5 ไร่ 1 งาน 30 ตารางวา
         4. นายพร้อม วินิโย 4 ไร่ 2 งาน 61 ตารางวา
         5. นางเอื้อม ภิญโญ 3 ไร่ 35 ตารางวา
         6. นายสมจิตต์ จันทรานนท์ 2 ไร่
         7. นายทิ้ง ทองนวล 2 ไร่
         8. นางเขียน ถาวรรัตน์ 1 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา
         9. นางสาวเสงี่ยม ไชยสงคราม 1 ไร่